ก้าวสู่ยุค Agentic Automation: สรุปเทรนด์อนาคตจากงาน UiPath Fusion Summit Bangkok 2026

อัปเดตเทรนด์ AI Automation ล่าสุดจากงาน UiPath Fusion Summit Bangkok

วงการระบบอัตโนมัติกำลังก้าวไปอีกขั้น! จากงานสัมมนา UiPath Fusion Summit Bangkok ที่จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย เมื่อเดือนมิถุนายน 2025 ที่ผ่านมา มีการเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านจากระบบ RPA แบบเดิม สู่ยุคของ Agentic Automation อย่างเต็มตัว วันนี้เราจะมาสรุปไฮไลต์สำคัญจากช่วงแรกของงานให้ฟังกันครับ

RPA กับ AI Agent ทำงานร่วมกันอย่างไร?

หลายคนอาจสงสัยว่า AI Agent จะมาแทนที่ RPA หรือไม่ คำตอบคือ “ไม่” ครับ หุ่นยนต์ RPA จะยังคงเป็นกำลังหลักในการจัดการงานที่ซ้ำซากและต้องทำมือเป็นประจำ ในขณะที่ AI Agent จะเข้ามาเป็นตัวเสริมที่ทำให้ระบบสามารถ “ตัดสินใจเองได้” อย่างยืดหยุ่น ไม่ติดกรอบแค่กฎเกณฑ์ที่เขียนตายตัวอีกต่อไป โดย UiPath ได้แบ่งเอเจนต์ออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ เพื่อตอบโจทย์องค์กร ได้แก่:

  • เอเจนต์พร้อมใช้ (Built-in): เช่น AutoPilot สำหรับนักพัฒนา, Robot Self-Healing Agent และ ScreenPay Agent

  • เอเจนต์สำเร็จรูป (Pre-built): เหมาะกับงานเฉพาะทาง เช่น การให้คะแนนลูกค้ามุ่งหวัง, คัดกรองข่าวเชิงลบ หรือตรวจสอบใบแจ้งหนี้

  • เอเจนต์ที่สร้างเอง (Custom): องค์กรสามารถสร้างและเชื่อมต่อเอเจนต์ให้ตรงกับงานของตนเองได้

คนยังคุมเกมได้เสมอ (Human-in-the-Loop)

หลักการสำคัญของ UiPath คือระบบอัตโนมัติต้องไม่เป็น “กล่องดำ” ผู้ใช้สามารถติดตาม สังเกต และเข้าไปแทรกแซงกระบวนการได้ผ่านแดชบอร์ดแบบเรียลไทม์ ทำให้ทุกอย่างโปร่งใสและตรวจสอบความรับผิดชอบได้ตลอดเวลา

📌 บทความที่เกี่ยวข้อง

Human in the loop คืออะไร?

อ่านบทความนี้ คลิกเลย!

โปร่งใสและควบคุมได้เสมอด้วย UiPath Maestro

Maestro ทำหน้าที่ประสานงานระหว่าง AI Agent หุ่นยนต์ และคน ให้ทำงานร่วมกันเพื่อผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีกว่าเดิม

หลักการสำคัญของการใช้ AI คือระบบต้องไม่เป็น “กล่องดำ” UiPath ยังคงให้ความสำคัญกับแนวคิดคนคุมเกม (Human-in-the-Loop) โดยผู้ใช้สามารถแทรกแซงและตรวจสอบการทำงานได้ผ่านแดชบอร์ดแบบเรียลไทม์ ศูนย์กลางของการทำงานนี้คือ UiPath Maestro ที่ทำหน้าที่ประสานงานระหว่าง AI Agent, หุ่นยนต์ และคนให้ทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น รวมงานอัตโนมัติไว้ที่เดียว และตรวจสอบย้อนหลังได้ตามกฎการกำกับดูแล

เร่งวงจรการทำงานอัตโนมัติให้เร็วขึ้น

Agentic Automation ไม่ได้มาแทนวงจรการทำงานอัตโนมัติแบบเดิม แต่มาช่วยให้เร็วขึ้น งานที่เคยใช้เวลาหลายเดือน ตอนนี้ทำเสร็จได้ในไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วัน ย่นเวลากว่าจะเห็นผลลัพธ์ได้อย่างมาก โดยไม่ต้องทิ้งสิ่งที่ลงทุนไปแล้ว

5 ขั้นตอนระบบอัตโนมัติครบวงจรระดับองค์กร

  • Model (ออกแบบ) ออกแบบกระบวนการ RPA และเอเจนต์แบบครบวงจรด้วยมาตรฐาน BPMN
  • Implement (สร้าง) ผสานงานเอเจนต์ RPA จุดที่ต้องให้คนตัดสินใจ และตรรกะการตัดสินใจขั้นสูงเข้าด้วยกัน
  • Operate (เดินงาน) ควบคุมการทำงานแต่ละรอบแบบเรียลไทม์ พร้อมวิเคราะห์เชิงปฏิบัติการ
  • Monitor (ติดตาม) ดูข้อมูลการทำงานย้อนหลังผ่านการวิเคราะห์ที่ผูกกับโมเดล BPMN
  • Optimize (ปรับให้ดีขึ้น) ใช้ข้อมูลปรับปรุง KPI พร้อมตรวจหาจุดคอขวดอัตโนมัติ

ไฮไลต์สำคัญ: สั่งงานด้วยภาษาธรรมชาติผ่าน Claude Code ใน UiPath Studio

ถือเป็นอีกหนึ่งในไฮไลต์เด่นของงาน UiPath Fusion Summit Bangkok คือการสาธิตสด Claude Code ที่ฝังตรงเข้าไปใน UiPath Studio ซึ่งเปลี่ยนวิธี “สร้างงานอัตโนมัติ” ไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งนักพัฒนาและผู้ใช้งานทั่วไปสามารถพิมพ์สั่งงานด้วยภาษาธรรมชาติเพื่อออกแบบและสร้างเวิร์กโฟลว์ทั้งชุดภายใน Studio ได้เลย เอเจนต์เขียนโค้ดจะดูแลงานครบทั้งวงจร ตั้งแต่สร้าง Maestro Flow, BPMN, Case Management, RPA, Coded Workflow, Agent และ IXP ไปจนถึงการดูแลการนำขึ้นใช้งานจริง และช่วยวินิจฉัยเมื่อ RPA ทำงานผิดพลาด

รอติดตามตอนต่อไปในวันพุธ เราจะพาไปเจาะลึกกรณีศึกษาจากการนำ AI Agent ไปใช้งานจริงในธุรกิจระดับองค์กรกันครับ!

พร้อมยกระดับองค์กรของคุณแล้วหรือยัง?

สำหรับองค์กรใดที่กำลังมองหาโซลูชัน Automation หรือต้องการคำปรึกษาด้านเทคนิคเชิงลึกเพื่อเริ่มทรานส์ฟอร์มธุรกิจ ทีมงาน Automat Consulting พร้อมเป็นผู้ช่วยขับเคลื่อนความสำเร็จของคุณด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุดครับ

ติดต่อรับคำปรึกษาจากเรา

Menu